การจัดการความเครียด

สวัสดีครับทุกท่าน ✋✋✋


    วันนี้แอด PecoPeco จะมาส่งต่อประสบการณ์ของตัวเองที่ผ่านมา ให้กับทุกคนที่อยู่ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรับข้อมูลที่เยอะมหาศาล จากโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็น หรือคลิปต่างๆ 

โดยผมเองอยู่ในยุคเปลี่ยนถ่ายจาก ยุคอนาล็อค สู่ ยุคออนไลน์ ผมพบว่า มันเป็นอะไรที่วิเศษมากสำหรับผมนะ ชีวิตที่ง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ใกล้กัน

แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ใครจะไปรู้ว่า บางครั้งการอ่าน หรือดูความคิดเห็น คลิปสนุกๆ มันอาจทำให้เรา เห็นความแตกต่างของชีวิตแบบชัดเจนมาก หากใครมีภูมิต้านก็ดีไป แต่สำหรับบางคนก็อาจจะไม่สามารถต้านทานสิ่งเหล่านี้ได้ จนเอาตัวเรามาเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งทำให้เกิดความเครียด และหมดแรงจะทำอะไรดีๆ ไปในที่สุด
    
    ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร แล้วก็ไม่ได้จบนักจิตวิทยามานะครับ แต่ก็เป็นคนที่คอยสังเกตตัวเองมานาน พอเจออะไรดีๆ ก็อยากส่งต่อให้คนอื่น หรือให้น้องๆ ในอนาคตเผื่อต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ที่มันอาจจะมีแนวโน้มมากขึ้นด้วยในอนาคตว่า ควรปฏิบัติตัวเองอย่างไร

    จากหัวเรื่องก็เห็นแล้วว่า ผมจั่วหัวเรื่องว่า ความเครียด แน่นอนว่า ความเครียดเป็นปลายเหตุของปัญหาการเสพโซเชียลเป็นระยะเวลานาน แม้กระทั่งข่าวสารด้วยก็ตาม ซึ่งทุกคนก็คงจะคิดวิธีแก้ปัญหาได้ใช่ไหมครับว่า ก็เลิกใช้ซะสิ มันก็จบแล้ว แต่การที่อยู่จะไปเลิกเลยมันอาจจะยากหน่อย ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกคนเริ่มจากการโฟกัสที่ ความเครียด กันครับ 

    ความเครียดคืออะไร ความเครียดคือ ภาวะของความรู้สึกที่ถูกกดดัน บีบคั้น อย่างเช่น ฉันต้องทำให้เสร็จให้ได้ ฉันต้องมีดีกว่าเพื่อน ฉันต้องหารายได้ที่สอง ที่สาม ให้ได้และก่อนเพื่อนๆ เป็นต้น ที่จริงอาจจะมีตัวอย่างที่ดีกว่านี้นะครับ แต่อยากชวนเพื่อนๆ ลองสังเกตความรู้สึกเรากันหน่อยว่า ไอ้ความเครียดที่ว่านี้เนี่ยมันทำงานยังไง สัก 5 นาทีก็ได้ครับ

    .
    .
    .
    .
    .

    อย่าไปหลง หรือจมกับมันมากนะครับ เราแค่มาสำรวจความเครียดเท่านั้น ยังไม่ต้องจัดการกับมัน ลองเขียนสิ่งที่คิดลงในกระดาษก็ได้ครับ ไม่ต้องสนใจว่าจะสวยไหม สนใจว่ามันมาจากใจเราจริงๆ ไหมนะครับ 

    .
    .
    .
    .
    .
    .

    โอเคครับ ระหว่างเขียน เรารู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวไหมครับ บางทีคุณอาจจะหายใจถี่ หรือไม่ก็กลั้นหายใจเลยด้วยซ้ำนะ 555 ผมเป็นพวกอย่างหลัง นี่ละครับ สาเหตุที่ทำให้พวกเราที่ถูก ความเครียดโจมตี ถึงได้หมดแรงกันได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย (คุ้นๆ ไหมครับ คำบ่นสุดคลาสสิค)

    มาถึงตรงนี้ทุกคนคงเผชิญหน้ากับความเครียดแล้ว ตอนนี้ผมอยากขอให้คุณทุกคนหายใจให้ลึกๆ ครับ มียาดมก็หยิบมาดม ไม่ก็ไปหาน้ำดื่มเย็นสักแก้วนะครับ เมื่อสดชื่นแล้วเรามาเริ่มวิเคราะห์กัน 

    ความเครียดตามนิยามคือความรู้สึกกดดัน และบีบคั้น ซึ่งหากตีออกมาเป็นสมการน่าจะได้ว่า


    ความเครียด = ความคิดของเรา(ทัศนะคติ) x สถานการณ์ข้างนอกที่เรารับเข้ามา

    
    สังเกตว่าผมใช้เครื่องหมายคูณ เพราะผมคิดว่าการเปลี่ยนความคิดได้ จะช่วยให้เราจัดการกับสถานการณ์ข้างหน้าได้ดีขึ้นมากๆ แน่นอนว่ามันยาก แล้วก็เริ่มต้นยากมากๆ แต่ข่าวดีคือ เราเปลี่ยนมันได้ครับ ความคิดของเราเนี่ยจริงๆ มันก็เริ่มมาตั้งแต่พ่อแม่ เพื่อน อาจารย์ สื่อต่างๆ ที่เราสะสมมาตอนยังไม่รู้ความ ซึ่งจุดนี้เนี่ยแหละครับ ที่ทำให้แต่ละคนรับมือจากความเครียดแตกต่างกันไป 

    ดังนั้นหากจะเริ่มแก้ไขความเครียด เราต้องสำรวจความคิด และความรู้สึกของตัวเองให้ออกครับว่า มันเกิดอะไรขึ้น หลังจากได้เจอเรื่องราวที่เข้ามากระทบกับจิตใจ สำหรับผมในช่วงแรก ผมเลือกที่จะหนีก่อนเลยครับ ปิดทุกอย่าง ออกจากหน้าจอ จากนั้นก็จะเริ่มหายใจเข้าลึกๆ หาอะไรอร่อยๆ ทาน จนลืมว่า ผมกำลังเครียดอยู่ ครับ แต่หลังจากลองผิดลองถูก ผมได้ค้นพบเคล็ดนึงครับ นั่นคือ

    การหยุดทำ แล้วออกไปทำอย่างอื่น เพราะว่า ความเครียดมันเกิดจากเรารู้สึกโดนบังคับ ถ้าอย่างนั้นการแก้ปัญหาก็คือ ไปทำอย่างอื่นเลยครับ ที่เราอยากจะทำ อธิบายให้กระชับก็คือ ทำตัวเราให้อิสระ ไม่ให้เรารู้สึกว่า โดนบังคับ อาจจะไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ แต่อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่นั่งทำอยู่ ถูกไหมครับ พยายามหาอะไรที่ เพิ่มพลัง หรือทำให้เราสนุก 

    ต้องอย่าลืมนะครับ ชีวิตเรา เราเกิดมาเพื่อทำให้ตัวเองมีความสุข ใจดีกับตัวเองให้มากๆ ครับ ไม่มีคนข้างนอกมาบอกหรอกครับว่า นายพักเถอะ เราต้องรู้ตัวเราเอง รับผิดชอบให้ตัวเองมีความสุข มีความสบายใจนะครับ นี่คือภารกิจหลัก

    ทุกคนอ่านถึงตรงอาจจะบอก อ่าวแล้ว ไอ่ความคิด ที่อยู่ในสมการล่ะ จะทำไงต่อ ผมคงต้องบอกแบบนี้ครับว่า เมื่อเราหยุดทำ แล้วออกไปทำอย่างอื่น เมื่อเรามองกลับมาอย่างห่างๆ เราจะได้รู้ว่า เราควรคิดยังไงในการจัดการปัญหานี้ โดยอยู่ในแนวทางเดียวกับเป้าหมายของคุณครับ เช่น ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนีอีก ฉันจะทำยังไง ให้ฉันสามารถไปต่อได้ตามที่ฉันวางแผนไว้

    ผมจึงไม่สามารถตอบได้ว่า ต้องคิดแบบไหน ต้องฝึกแบบไหน ถึงจะเหมาะกับตัวคุณ แต่ผมจะให้คุณเนี่ย เอาตัวเองออกจากความเครียดด้วยการ ทำอย่างอื่น หรือไปเจอเพื่อน ไปเที่ยว ไปทำอะไรที่มันทำให้คุณรู้สึกว่าอิ เช่น คุณทำงาน  มันก็ตรงข้ามกับ การพัก คุณก็ไปพักในรูปแบบของคุณเท่าที่คุณจะสามารถทำได้ แค่นั้นเลยครับ

    มาถึงช่วงสุดท้ายของบทความนะครับ กล่าวสั้นๆ ว่า ความเครียด เป็นสิ่งที่เราสามารถบริหารจัดการมันได้ เพื่อให้เราสามารถทำงานเพื่อทำตามความฝันที่เราตั้งใจไว้ได้อยู่ โดยผมอย่างให้คุณเริ่มจาก การรู้ตัวเองว่า ตัวเองมีความเครียด ซึ่งเราสามารถสังเกตจากการหายใจเราได้นะครับ
    
    หลังจากคุณเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเครียด ให้คุณเลิกทำในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ แล้วออกไปทำอย่างอื่นเลยครับ เมื่อใจของเราเริ่มสงบ เราค่อยกลับมาทำงานต่อ หรือแก้ปัญหานี้ต่อไปครับ 

    หวังว่าทุกคนจะได้รับเคล็ดลับดีๆ ไม่มากก็น้อย อยากให้ทุกคนอย่าพึ่งเชื่อผมนะครับ ลองทำตามกันดูก่อน ชีวิตเป็นของทุกคนเอง ดังนั้นทุกคนต้องออกแบบกันเองนะครับ แล้วเรามาแชร์กันว่าเจออะไรกันบ้าง สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านบทความนี้นะครับ อย่าลืมดูแลสุขกาย และสุขภาพใจด้วยครับ แล้วพบกับบทความใหม่นะครับ


🎉🎉

PecoPeco

    
    

    
    
    

    
    


Comments